Posted on

Blue Bottle Coffee กับปรากฏการณ์เพิ่มทุนกาแฟพิเศษ

หุ้น 68% แลกกับ เงินลงทุน 1 หมื่นกว่าล้านบาท???

 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหมาดๆ

newsfeed ของผมเต็มไปด้วยข่าวการประกาศเข้าซื้อหุ้นส่วนมากของธุรกิจกาแฟสุดฮิป Blue Bottle Coffee แห่งสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเครื่องดื่มของโลกอย่าง Nestle เมื่อผมได้เห็นหัวข้อข่าวนี้เป็นครั้งแรก ในหัวมีความคิดสองสามอย่าง ใจนึงก็ยินดีกับbig breakแห่งวงการกาแฟพิเศษครั้งนี้ แต่อีกใจก็อดห่วงไม่ได้ว่าทิศทางของ Blue Bottle Coffee จะเป็นอย่างไรเมื่ออยู่ภายใต้การบังคับบัญชาการของนักธุรกิจสายcorporateจ๋าที่Nestle

 

ความสงสัยว่า “เอ๊ะ! Blue Bottle Coffee เค้าคิดอะไรอยู่นะ? นี่ถึงเวลาขายวิญญาณแล้วรึป่าว?” ทำให้ผมใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งค้นหาประวัติของร้านกาแฟร้านนี้ขึ้นมาอ่าน ถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ

 

ในช่วงปี 2000 ต้นๆ James Freeman ซึ่งเคยเป็นนักดนตรีคลาสสิค เป่าแคลริเน็ต รับงานดนตรีฟรีแลนส์อยู่ในแคลิฟอร์เนีย เริ่มรู้สึกว่าเค้าเบื่อกับความไม่สดของเมล็ดกาแฟที่ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป เขาเปิดโรงคั่วกาแฟเล็กๆขึ้นมาเองโดยหวังว่าธุรกิจนี้จะอยู่ได้จากการคั่วเมล็ดกาฟสดๆส่งให้ถึงหน้าบ้านลูกค้าของเขาที่อาศัยอยู่ในบริเวณไม่ไกล ความตั้งใจก็คือเมล็ดกาแฟที่คั่วเสร็จแล้วจะต้องถูกส่งถึงมือลูกค้าภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งไม่นานนัก Freeman ก็รู้ว่าเขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่ทำอะไรเพิ่มเติม เขาเริ่มเปิดบูธขายกาแฟเป็นครั้งแรกที่ตลาดนัด Farmers’ Market ในเมือง Oakland รัฐแคลิฟอร์เนีย และก็ทำอย่างนั้นอยู่เป็นเวลานานจนเขาเริ่มรู้จักลูกค้าของเขามากขึ้น จากบูธเล็กๆในตลาด ก็กลายมาเป็นร้านกาแฟสาขาแรกในเมืองเดียวกัน จนปัจจุบันมีถึง 35 สาขาในสหรัฐฯ และอีก 6 สาขาในประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งถ้าตามดูข่าวที่ผ่านมาไม่นาน สาขาที่ญี่ปุ่นนี่คิวยาวยิ่งกว่าโดนัทบ้านเราอีกครับ)

 

พออ่านประวัติจบผมก็ลองไปอ่านข่าวเก่าๆเกี่ยวกับการลงทุนในแบรนด์นี้ที่ผ่านๆมา ได้ความมาว่า จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่การเพิ่มทุนครั้งแรกของกาแฟขวดฟ้า

 

พวกเขาเคยระดมทุนมาแล้วถึง 3 ครั้งในปี 2012, 2014 และ 2015 ซึ่งไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามร้านกาแฟร้านนี้ดูเหมือนจะไม่ได้มีดีแค่กาแฟ อาจจะเป็นเพราะภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัย (ประกอบกับตัวเลขในบัญชีที่ต้องดูดีพอควรแน่ๆ) ทำให้ Blue Bottle Coffee เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในบรรดานักธุรกิจสมัยใหม่โดยเฉพาะพวกตัวเบ้งๆของTech Startup ใน Silicon Valley ที่พากันเทใจและเทกระเป๋าให้กับการลงทุนครั้งก่อนๆ ซึ่งถ้าได้เห็นลิสท์รายชื่อเหล่านั้น การประกาศลงทุนของ Nestle ก็ดูไม่ใช่อะไรที่เดาไม่ได้ ผมจะยกชื่อนักลงทุนมาให้พอเข้าใจภาพนะครับ : Kevin Systrom (CEO แห่ง Instagram), Evan Williams (ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter), Chris Sacca (นักลงทุนที่หลายคนอาจรู้จักจากรายการ Shark Tank), Google Ventures, Jared Leto ดาราฮอลลีวู้ดแถวหน้า, Bono แห่งวง U2 และบริษัททางการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Morgan Stanley …รวมทั้งหมดนี้ถ้าไม่เรียกว่าแบ็คหนาก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรแล้วครับ

 

จนสุดท้ายผมก็ได้ตามอ่านเกี่ยวกับคุณ James Freeman (ผู้ก่อตั้ง) และบทสัมภาษณ์ของเขาในที่ต่างๆ ด้วยความสงสัยว่าคนที่ทำธุรกิจกาแฟแล้วสำเร็จแบบพลุแตกแบบนี้เค้าต้องเป็นคนยังไง ผมก็พอจะรู้สึกได้ถึงความเป็น Blue Bottle Coffee ในรูปร่างมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาทันที ผมคิดว่าไม่มากก็น้อยคนๆนี้แหละครับที่ทำให้ร้านกาแฟเงินหนาขนาดนี้ยังคงความรู้สึก “human touch” ไว้ได้ในปัจจุบัน จึงอยากจะนำคำพูดของเขามาแชร์ให้ฟังครับ ในโพสต์ต่อไปนะครับ …

 

ด้วยรักและคาเฟอีน
ทีม Metacup