Posted on

5 ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับ “คาเฟอีน” ในกาแฟ

MYTH NO#1 Caffeine sobers you up!

IT DOES NOT.

สำหรับสายดื่มหนัก สายเที่ยวยันหว่าง สายปาร์ตี้หลุดโลก คงไม่พ้นปัญหาตื่นเช้ามา

ยังต้องแบกรับภารกิจทางโลกต่อ ทั้งๆที่ยังไม่ได้หายใจหาย

คอให้หายดีจากอาการเมาค้าง คุณอาจจะคิดว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์จะถูกถอนได้ด้วยฤทธิ์คาเฟอีน ซึ่งผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เพราะมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักเท่าไหร่ คุณอาจจะรูสึกดีเมื่อมีกาแฟเข้าสู่ระบบ แต่มันก็อาจจะเป็นแค่ความรู้สึกดีแบบ”ดีต่อใจ”เท่านั้นเอง ในความเป็นจริงแล้วแอลกอฮอล์เป็นสารประเภท”กดประสาท”ซึ่งทำให้คุณเคลิ้มไหลไม่คิดมาก ต่างจากคาเฟอีนซึ่งเป็นสารประเภท”กระตุ้นประสาท” ซึ่งทำให้คุณตื่นตัวและรู้สึกเหมือนมีพลังมากขึ้น ซึ่งสารทั้งสองอย่างอาจออกฤทธิ์พร้อมกันเมื่อถูกบริโภคในเวลาเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณดื่มกาแฟในขณะที่กำลังไปปาร์ตี้ดื่มเหล้า คุณก็จะได้รับผลจากทั้งสองสารเคมี หนึ่งก็คือถูกเหล้ากดประสาทให้เคลิ้มไหลไปกับบรรยากาศปาร์ตี้ สองก็คือทำให้รู้สึกเหมือนไม่เหนื่อยเพราะตื่นตัวเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามสารทั้งสองไม่ได้มีผลตัดทอนกันหรือร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเป็นเดียวกันแต่อย่างไร เมื่อถึงช่วงเมาค้างก็เช่นกัน การดื่มกาแฟก็ไม่ได้ไปช่วยดึงสารกดประสาทที่หลงเหลือนั้นออกจากร่างกาย มันแค่อาจจะเพิ่มความตื่นตัวให้ตาคุณตื่นขึ้นมารับกรรมจากความสนุกเมื่อคืนก่อนเท่านั้นเอง

 

 

MYTH NO#2 Espresso is the most caffeinated drink on the menu.

IT IS NOT.

กาแฟแบบช็อทเอสเปรสโซ่อาจจะเป็นกาแฟแบบที่เข้มข้นที่สุดก็จริง (ถ้าเทียบจากปริมาณสสารที่เท่ากัน) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า กาแฟเอสเปรสโซ่ช็อทจิ๋วนั้นจะมีปริมาณคาเฟอีนมากไปกว่ากาแฟแก้วใหญ่แบบอื่นๆ

ต้องเล่าย้อนให้ฟังก่อนครับว่าเอสเปรสโซ่เป็นการสกัดช็อทด้วยน้ำปริมาณน้อยประกอบกับความแรงสูง ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความทรงพลังของทั้งสองอย่างนี้จึงทำให้หัวกาแฟปริมาณจิ๋วนี้เข้มข้นมาก

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเอสเปรสโซ่สามารถดึงคาเฟอีนจากผงกาแฟออกมาได้ทั้งหมดครับ เรื่องของเรื่องเป็นเพราะระยะเวลาสกัดอันสั้นมากๆทำให้ไม่สามารถชะล้างคาเฟอีนออกมาได้หมด ในขณะที่กาแฟจำพวกดริปที่ใช้เวลาในการสกัดยาวนานกว่านั้น ทำให้เกิดการล้างคาเฟอีนออกมาจากผงกาแฟได้หมดจดกว่า  ซึ่งถึงแม้กาแฟดริปจะดูเหมือนจางกว่า แต่โดยรวมแล้วคาเฟอีนกลับถูกสกัดออกมาโดยรวมเป็นปริมาณมากด้วยซ้ำครับ ไม่ต้องถามเลยว่าถ้าคิดเป็นอัตราส่วนคาเฟอีนต่อของเหลวนั้นใครจะชนะ เอสเปรสโซ่ชนะขาดอยู่แล้วเพราะใน1ออนซ์ เล็กๆมันอัดคาเฟอีนไว้เต็มๆประมาณ40มิลลิกรัม แต่ถ้าถามเป็นserving size ปรกติของเมนูเหล่านี้ก็คงไม่พ้นกาแฟดริปหรือกาแฟFrench Pressแบบเต็มแก้วครับ ซึ่งในปริมาณ8ออนซ์จะมีคาเฟอีนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ100มิลลิกรัมเลยทีเดียว

 

 

MYTH NO#3 Dark roasts have more caffeine.

THEY DO NOT.

คาฟอีนเป็นสารที่มีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว อยู่ในเมล็ดกาแฟ หรือในใบชา อยู่ในผลโกโก้ ซึ่งจริงๆแล้วปริมาณคาเฟอีนไม่ได้เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่เลยครับในระหว่างที่เมล็ดกาแฟถูกคั่ว ถ้าจะพูดกันให้ละเอียดเข้าไปอีก การคั่วเข้มอาจจะทำให้ปริมาณคาเฟอีนน้อยลงไปบ้าง แต่เป็นปริมาณที่เล็กน้อยเหลือเกิน เล็กน้อยจนแทบจะไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งนี้ทำไมคนถึงเข้าใจผิดไปในทั้งสองด้าน ผมมีสันนิษฐานดังนี้ครับ

ข้อแรกคือเรามักจะเชื่อมโยงรสชาติของกาแฟที่เข้มข้นหรือขมเข้ากับปริมาณคาเฟอีน ซึ่งก็เข้าใจได้ครับว่าคนอาจจะคิดว่าการใช้ผงกาแฟที่ใช้ชงปริมาณมากก็คงหมายถึงว่าต้องมีคาเฟอีนมากตามไปด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถ้าใช้ผงกาแฟเท่ากัน รสชาติที่ขมหรือเข้มขึ้นนั้นไม่ได้มาจากปริมาณผงกาแฟเลยครับ แต่กลับมาจากกลิ่นและรสชาติของการไหม้ระหว่างคั่ว ซึ่งอย่างที่บอกครับว่าไม่มีผลต่อระดับคาเฟอีนเลย

ข้อที่สองครับ บางคนอาจจะคิดว่าเมล็ดกาแฟยิ่งคั่วปริมาณคาเฟอีนยิ่งลดลง ซึ่งจริงๆสิ่งที่ลดลงคือน้ำหนักของเมล็ดกาแฟเมื่อเทียบก่อนคั่วกับหลังคั่วครับ ระหว่างการคั่วสิ่งที่หายไปจริงคือความชื้นและความหนาแน่นภายในเมล็ดกาแฟ แต่ถ้าเราชั่งเมล็ดกาแฟคั่วเข้มกับเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนให้มีน้ำหนักเท่ากัน (ซึ่งแน่นอนเมล็ดคั่วเข้มที่หนาแน่นน้อยกว่า ก็จะต้องประกอบไปด้วยเมล็ดจำนวนมากกว่าถึงจะน้ำหนักเท่าเทียม) ปริมาณคาเฟอีนที่อยู่ในทั้งสองกองก็ควรจะไม่ต่างกันเลยครับ

 

 

MYTH NO#4 Decaf means zero caffeine.

NOT NECESSARILY.

สำหรับสินค้าที่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นสินค้า”Decaffeinated”ได้ในประเทศอเมริกานั้น จะต้องผ่านกรรมวิธีซึ่งลดปริมาณคาเฟอีนลงอย่างน้อย97.5เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าปริมาณคาเฟอีนไม่ได้หมดไปอย่างสิ้นเชิงซะทีเดียว

ถ้าคุณกำลังคิดว่า “Decaf”คือไม่มีคาเฟอีนเลยล่ะก็ โอกาสไม่ได้ไม่มีเลย แต่เป็นไปได้น้อยมากๆโดยส่วนใหญ่กาแฟที่เรียกตัวเองว่า”decaf”ก็ยังมีปริมาณคาเฟอีนอยู๋ถึง8-12มิลลิกรับต่อแก้วขนาดปรกติ ซึ่งถ้าจะทำให้เห็นภาพมากขึ้น ปริมาณนี้ก็คือปริมาณที่พวกเราพบในเครื่องดื่มโคล่า1กระป๋องนั่นเองครับ

 

Caffeinated Cheers,